BLOG
ตลาดรถยนต์ไทยมีหวัง EAZY CAR ชี้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากซื้อเป็นเช่าตามเทรนด์โลก เชื่อระยะยาวรถไฮบริดยังแข็งแกร่ง
ในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการที่เปลี่ยนไปด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทยที่มีแนวโน้มแย่ลง คนยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่ปลอดภาระ และ ความเป็นอิสระมากขึ้น การเลือกหาบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นอิสรภาพของชีวิต และความสะดวกสบายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ด้วยเหตุนี้เราจะเห็นว่าในปัจจุบันมักจะมีสินค้าและบริการที่ออกมาในรูปแบบการเช่า หรือ Subscription มากขึ้นเรื่อยๆ แทบจะเป็นสินค้า และบริการที่เรานิยมใช้กันในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มีความเสี่ยง หรือ ทำให้สูญเสียสภาพคล่องด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น เฟอร์นิเจอร์ ของแบรนด์เนม อุปกรณ์เด็ก สิ่งของสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ หรือ แม้แต่ แฟน ก็ตาม ซึ่งสินค้าและบริการเหล่านี้เป็นสินค้าประเภท Low Involvement ซึ่งทำให้ผู้บริโภคแทบไม่ต้องตัดสินใจหรือคิดเยอะด้วย
เช่นเดียวกันกับ สินค้าและ บริการประเภท High Involvement อย่างบ้านและรถ ที่มีผลสำรวจออกมาจากหลายสำนักว่า คนยุคใหม่สนใจเช่ามากกว่าซื้อเพราะไม่อยากมีภาระ และเป็นอิสระมากกว่า
เมื่อไม่นานมานี้ Thailand Automotive Consumer Survey 2024 ได้ทำการสำรวจ มุมมองผู้บริโภคคนไทยต่ออนาคตยานยนต์ โดยดีลอยท์ ประเทศไทย มีประเด็นที่น่าสนใจพบว่า ที่ความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าลดลงจากปีที่ผ่านมา จาก 31% เหลือ 20% ส่วนรถน้ำมันยังเป็นทางเลือกอันดับแรก แต่มีแนวโน้มลดลง ส่วนรถยนต์ไฮบริดกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 19% เกือบจะเท่ารถยนต์ไฟฟ้า โดยคุณภาพของสินค้าเป็นเหตุผลของการตัดสินใจซื้อ ซึ่งด้วยเหตุนี้ ปัจจัยที่ทำให้คนพิจารณาการซื้อรถยนต์ คือ คุณสมบัติของรถ สมรรถนะ และ ปัจจัยด้านราคา ในสัดส่วนที่ 53% 51% และ 47% ตามลำดับ
ส่วนรูปแบบการเงิน คนไทย 74% ต้องการจ่ายเงินด้วยการผ่อนชำระ 21% ต้องการซื้อด้วยเงินสด และ 5% ต้องการผ่อนแบบบอลลูนแต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนไทยรุ่นใหม่ ช่วงอายุ 18-34 ปี ถึง 47% สนใจบริการใช้รถแบบสมัครสมาชิก (Vehicle Subscriptions) มากกว่าเป็นเจ้าของรถ
EAZY CAR ผู้ให้บริการลีสซิ่งรถยนต์ป้ายแดงและ Car Subscription สำหรับบุคคลและองค์กรในเครือไทยรุ่ง เปิดเผยว่าตลาดยานยนต์เมืองไทยยังมีความเข้มแข็ง เพียงแต่ผู้บริโภคในประเทศกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อรถยนต์ไปเป็นการเช่าระยะยาวแทน ตอบรับกระแส Mobility Service ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมมองว่ารถไฮบริดยังตอบโจทย์คนไทยได้ดีที่สุดในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า
นายอติคุณ เผอิญโชค แมคโดนัลด์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ Eazy Car บริษัท ไทย วี.พี. คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงสถานการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยว่า ขณะนี้หลายภาคส่วนกำลังกังวลถึงภาวะซบเซาของตลาดซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงลบหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาพเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย รวมถึงมีปัจจัยด้านความเชื่อมั่นหลังจากผู้ผลิตรถยนต์บางบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการนำเข้าแทน อย่างไรก็ตามตนมองว่านี่เป็นเพียงภาวะชั่วคราวของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการซื้อรถยนต์ไปเป็นการเช่าระยะยาวแทนเนื่องจากสามารถควบคุมรายจ่ายได้ง่ายกว่า
“สภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การเช่ารถระยะยาว เช่น การลีสซิ่ง หรือการใช้รถแบบสมัครสมาชิก (Car Subscription) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกจะตอบโจทย์ของผู้บริโภคมากกว่า ตอนนี้ตัวเลขของคนที่เลือกใช้บริการแบบนี้ในแต่ละประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนกำลังเปลี่ยนจากการมองรถเป็นทรัพย์สินมาเป็นบริการแทน เพราะเราเข้าใจแล้วว่า นี่คือทรัพย์สินที่จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ และสุดท้ายก็กลายเป็นภาระของเราแทน”
นายอติคุณเสริมว่า เมื่อผู้บริโภคเข้าใจในรูปแบบบริการแล้ว การเช่ารถระยะยาวจะยิ่งเพิ่มขึ้นแม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแล้วก็ตาม เนื่องจากการเช่ารถระยะยาวนั้นมาพร้อมกับบริการอย่างครบวงจร อาทิ ประกันอุบัติเหตุชั้น 1 การบำรุงรักษาตามระยะเวลา การซ่อมแซม ชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ รถทดแทนระหว่างซ่อม และดำเนินการด้านภาษีให้โดยอัติโนมัติ ช่วยให้ผู้บริโภคได้สะดวกสบายทั้งในแง่ของการวางแผนรายจ่ายและประหยัดเวลาในการดูแลรถอีกด้วย
“การลีสซิ่งหรือ Car Subscription พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผู้บริโภคได้มีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้นจริงๆ เพราะเราไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายหรือการดูแลรถตั้งแต่ต้นจนจบ คุณไม่ต้องห่วงว่าจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อออกรถ หรือต้องเตรียมเงินไว้ซ่อม ซื้อประกัน หรือเรื่องไม่คาดฝันต่างๆ เพราะทุกอย่างรวมในค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่แล้ว อย่างสมาชิกของ Eazy Car เองเราก็ดูแลทั้งหมดตั้งแต่แรกที่ออกรถจนถึงจบสัญญาครับ”
นอกจากนี้ผู้บริหารของ Eazy Car ผู้นำด้านบริการลีสซิ่งรถยนต์ป้ายแดงสำหรับบุคคล มองว่าเทรนด์การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังจะชะลอตัว เพราะผู้บริโภคในเมืองไทยยังมีความกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จรถ และค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่หากได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งยังเชื่อว่ารถยนต์ไฮบริดยังชนะใจผู้บริโภคในประเทศได้ในช่วงระยะเวลา 5-10 ข้างหน้า
“เราปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสความนิยมของรถไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูงมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เริ่มเติบโตช้าลงกว่าเดิมแล้ว เพราะผู้บริโภคบางส่วนมองว่าไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ความน่าสนใจคือรถไฮบริดยังไปได้ และจำนวนสมาชิกที่มาออกรถป้ายแดงกับ Eazy Car ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ก็เป็นรถไฮบริดกว่า 60% สะท้อนว่าตลาดของรถไฮบริดยังไปได้อีกไกล ผมเชื่อว่าในช่วง 5-10 ปีนี้ซึ่งเป็นรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านระหว่างรถสันดาปกับรถไฟฟ้า รถไฮบริดจะเป็นตัวเลือกที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุดครับ” นายอติคุณสรุป
